The Law of Specificity การฝึกฝนแบบเฉพาะที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในการออกกำลังกาย

Men's Fitness EditorTraining

What Happens When We Exercise?

เมื่อเราออกกำลังกายแน่นอนว่าร่างกายของเราจะมีความแข็งแรงขึ้น ซึ่งความแข็งแรงที่ว่านี้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมของเราว่าซ้อมแบบไหน การออกกำลังกายที่ต่างกันย่อมได้ผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การคาร์ดิโอหรือการบริหารหัวใจและปอด ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดเพื่อลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปที่กล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิ่งและคาร์ดิโอควบคู่กันจะช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กระดูกของคุณซึ่งทำให้กระดูกแข็งแรงและห่างไกลจากโรคกระดูกพรุน

ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญก็จริง แต่อย่างไรก็ดีการเทรนแบบเน้นกล้ามเนื้อเฉพาะกลุ่มมากเกินไปอาจไม่ดีไปเสียหมดทุกครั้ง เช่น หากเราทำท่า Bench Press เราจะได้กล้ามเนื้อหน้าอก หัวไหล่ และแขน แต่ขาเราจะไม่ได้ถูกใช้งานเลย ทั้งนี้การว่ายน้ำที่เหมาะสมและการฝึกคาร์ดิโออาจไม่ได้ทำให้นักวิ่งได้ผลที่ดีขึ้นเท่ากับการวิ่ง นี่คือการฝึกที่เรียกว่า “Specificity” หรือการฝึกเพื่อบรรลุเป้าหมายที่เราวางไว้ เช่น การวิ่งมาราธอนภายในเวลาอันรวดเร็ว หรือการสควอตที่น้ำหนัก 200 กิโลกรัม ซึ่งถ้าหากคุณอยากสควอตให้ได้น้ำหนักมาก คุณควรจะเริ่มฝึกสควอตเลย ขณะเดียวกันนักวิ่งมาราธอนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องบริหารปอดด้วยการว่ายน้ำ

Cross-Training and Season Preparation

ในช่วงฤดูพักหรือช่วงที่ไม่มีการแข่งขันใดๆ นักกีฬามืออาชีพมักจะมองหาจุดด้อยของตัวเองเพื่อฝึกฝนให้ร่างกายแข็งแกร่ง ยกตัวอย่างเช่น นักวิ่งอาจจะบาดเจ็บที่ข้อเท้า ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงฤดูพักพวกเขาอาจจะฝึกการยืดกล้ามเนื้อและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อขาไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่น และยากต่อการบาดเจ็บมากขึ้น รักษาระดับฟิตเนสของตัวเองด้วยการปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาต่างๆ ที่ชอบ เมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนแข่งพวกเขาจะเริ่มลดการฝึกทุกอย่างที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับการวิ่งออกไป เริ่มกลับมาโฟกัสที่เป้าหมายเป็นหลัก เช่น หากเขากำลังจะลงแข่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร เขาจะต้องฝึกเรื่องพละกำลังกับความเร็ว แต่หากเขากำลังจะวิ่งฟูลมาราธอน 42 กิโลเมตร เขาก็ต้องโฟกัสเพื่อฝึกความทนทานของกล้ามเนื้อที่จะช่วยให้ตัวเองสามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ

Summary

หากคุณต้องการจะเป็นนักปั่นจักรยานที่เก่งกาจ คุณย่อมต้องฝึกบนอานจักรยานมากกว่าสิ่งใดทั้งปวง แน่นอนว่านักวิ่งที่สุดยอดย่อมไม่ใช่นักปั่นจักรยานที่เก่ง ขณะเดียวกันหากคุณอยากจะเป็นนักฟุตบอล คุณย่อมต้องฝึกในเรื่องความเร็วและความทนทานตลอดจนหมั่นฝึกซ้อมทักษะ โดยการซ้อมเหล่านั้นคือการซ้อมในเรื่องที่เราไม่ถนัดให้แข็งแกร่ง (แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทิ้งทุกอย่างทั้งหมด) นักกีฬามืออาชีพทั้งหลายต่างมีการซ้อมแบบปกติในช่วงฤดูกาลแข่ง และในช่วงฤดูพักที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณสามารถทำได้เช่นเดียวกัน