Beyond the Boundary นาฬิกาเรือนแรกที่เหยียบดวงจันทร์

Men's Fitness EditorStyle

เมื่อมีงานฉลองครบรอบ 60 ปีของการเปิดตัวเรือนเวลาโอเมก้ารุ่นตำนาน คงจะไม่พูดถึงไม่ได้กับความเป็นมาของนาฬิการุ่นนี้ Omega Speedmaster คือนาฬิกาที่แฟนคลับแน่น ประวัติศาสตร์สวยงาม ฟังก์ชั่นดี และราคาสมเหตุสมผล ต่อให้เราไม่พูดถึงรุ่นนี้ รุ่นอื่นๆ ก็มีความดีความชอบไม่แพ้กัน ทั้ง Seamaster หรือ Constellation ที่ผู้ชื่นชอบตามเก็บกันตลอดจากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นนาฬิกาที่คึกคักทั้งตลาดมือหนึ่งและตลาดมือสองไปจนถึงวินเทจ

แบรนด์ Omega มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และความยาวนานที่ว่านั้นยังครอบคลุมไปทุกวงการ ตั้งแต่การดำน้ำ การทหาร การสำรวจโลก การกีฬา ไปจนถึงอวกาศ ซึ่งในแต่ละวงการก็สร้างชื่อเสียงไว้ไม่ใช่เล่น แต่รู้หรือไม่ว่าแรกเริ่มเดิมทีนาฬิกาไม่ได้ชื่อ Omega แต่เป็นชื่อผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Louis Brandt & Fils ส่วนเครื่องนั้นมีชื่อว่า Omega Caliber ซึ่งเครื่องนี้ได้กวาดรางวัลมากมายในปี 1931 ได้อันดับ 1 ทั้งหมดในการวัด 6 ประเภท ชื่อเสียงของเขาจึงโด่งดังขึ้นมาในฐานะผู้คิดค้นนวัตกรรมแห่งเรือนเวลา และชื่อแบรนด์จึงเปลี่ยนเป็น Omega อย่างเต็มตัวในภายหลัง

ตำนานอวกาศได้เริ่มขึ้นในปี 1962 เมื่อนักบินอวกาศสองนาย วอลเตอร์ เชียร์รา และลีรอย คูเปอร์ เดินเข้าร้านนาฬิกาในฮูสตันเพื่อมองหานาฬิกาสำหรับใส่ขึ้นไปบินในอวกาศ และทั้งสองก็มาลงเอยที่ Omega Speedmaster โดยที่พวกเขายังไม่รู้ว่าจะสามารถไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ นักบินอวกาศเรียกร้องให้นาซา (NASA) ช่วยตรวจสอบนาฬิกาของพวกเขาให้หน่อยว่าจะสามารถใช้บนอวกาศได้ไหม แน่นอนว่านาซาตอบรับคำขอ และนำนาฬิกาชั้นนำหลายแบรนด์เข้ามาตรวจสอบ รวมถึงโอเมก้าที่เป็นของส่วนตัวนั้นด้วย นาฬิกาทุกเรือนถูกทดสอบอย่างสุดโหดจนนาฬิกาแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ และคำตอบที่ผ่านเข้ารอบมาก็เหลือเพียงโอเมก้าเรือนเดียวเท่านั้น พร้อมกับคำพูดสุดเท่ประจำตัวของนาฬิกา Speedmaster Ref. ST105.33 “Flight Qualified for all Manned Space Missions” จากนั้นมาโอเมก้าจึงถูกนำมาใช้กับทุกปฏิบัติการในอวกาศ

แม้นีล อาร์มสตรอง จะเป็นมนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์ แต่เพื่อนนักบินของเขา บัซ อัลดริน คือชายคนที่สองที่เหยียบดวงจันทร์ และเป็นชายคนแรกที่นำโอเมก้าสู่พื้นผิวดวงจันทร์ นั่นจึงกลายเป็นที่มาของตำนาน Moon Watch ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้

การทดสอบนาฬิกา Omega Speedmaster โดย NASA

  • ทดสอบการทนความร้อน 71 องศาเซลเซียส นาน 48 ชั่วโมง ต่อด้วยระดับความร้อน 93 องศาเซลเซียส อีก 30 นาที
  • ทดสอบการทนความเย็น -18 องศาเซลเซียส นาน 4 ชั่วโมง
  • ทดสอบความทนต่ออุณหภูมิ 71 องศาเซลเซียส สลับกับแช่ไว้ในอุณหภูมิต่ำ -18 องศาเซลเซียส ทั้งหมด 15 รอบ
  • ทดสอบความชื้นสัมพัทธ์ 240 ชั่วโมงที่อุณหภูมิต่างกันระหว่าง 20 องศาเซลเซียสและ 71 องศาเซลเซียสในความชื้นสัมพัทธ์อย่างน้อย 95%
  • ทดสอบ 48 ชั่วโมงในบรรยากาศของออกซิเจน 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ความดัน 0.35 atm
  •  ทดสอบการกระแทกหกครั้งที่ 40 G แต่ละระยะเวลา 11 มิลลิวินาทีในระยะเวลาหกทิศทาง
  • ทดสอบแรงเหวี่ยง การเร่งตั้งแต่ 1 G ถึง 7.25 G ภายใน 333 วินาทีตามแนวแกนที่ขนานไปกับแกนยานอวกาศตามแนวยาว
  • ทดสอบการบีบอัด 90 นาทีในสูญญากาศ 10-6 atm ที่อุณหภูมิ 71 องศาเซลเซียส และ 30 นาทีที่ 93 องศาเซลเซียส
  • ทดสอบแรงดันสูง 1.6 atm เป็นระยะเวลาขั้นต่ำหนึ่งชั่วโมง
  • ทดสอบการสั่นสะเทือน มีรอบการสั่นสะเทือน 30 นาทีตั้งแต่ 5 ถึง 2000 Hz
  • ทดสอบด้วยเสียงรบกวนอะคูสติก 130 dB ในช่วงความถี่ 40 ถึง 10,000 Hz ระยะเวลา 30 นาที