Young Talents นักไตรกีฬาอนาคตไกลของเมืองไทย

Men's Fitness EditorSports

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักไตรกีฬาอาชีพที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งในบ้านเรา แชมป์เพิ่งผ่านการคัดเลือกในการไปแข่ง Ironman 70.3 World Championship 2018 ที่แอฟริกาใต้ และเอเชียนเกมส์ในปี 2018 พร้อมกับสถิติส่วนตัวที่เห็นแล้วต้องร้อง โอ้โห! เนื่องจากกวาดรางวัลอันดับ 1 มามากมายทั้งในและนอกประเทศ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ของเราว่าเขาฝึกซ้อมและกินอย่างไรวันนี้เราจึงเข้ามาคุยกับเขา

จุดเริ่มต้นของการเป็นนักไตรฯ อาชีพ

ผมจบโรงเรียนนายร้อยและได้ผ่านหลักสูตรการจู่โจมใต้น้ำ เพราะฉะนั้นเรื่องฝึกหนักเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ บวกกับตอนนั้นผมมองว่าไตรกีฬาเป็นกีฬาที่ท้าทายจึงเริ่มต้นแข่งขันประมาณปี 2009 ทีนี้พอได้เริ่มแข่งก็รู้สึกชอบและเริ่มอยากจริงจังกับมัน จึงได้ตัดสินใจลาออกจากการเป็นทหารเพื่อมาเป็นนักกีฬาอาชีพอย่างเต็มตัว

ปกติซ้อมหนักมากไหม

ถือว่าซ้อมหนักมากครับ บางวันอาจซ้อมถึงสามเวลา เช้า กลางวัน เย็น โดยปกติในหนึ่งสัปดาห์ผมจะซ้อม 5-6 วัน แบ่งเป็นว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน วิ่ง และเล่นเวตเทรนนิ่ง ตอนเริ่มก็อาจซ้อมแบบไม่ค่อยมีระบบ พอมาเป็นนักกีฬามืออาชีพแล้วผมต้องวางแผนทุกอย่างตลอดเวลา นั่นอาจจะทำให้เราพลาดโอกาสได้ไปทำอย่างอื่นแบบที่คนทั่วไปเขาทำกัน แต่ชีวิตจะเป็นระเบียบ เพราะการเป็นนักกีฬาต้องมีวินัย ในหนึ่งปีผมมีเวลาปิดฤดูกาลอย่างมากก็ไม่เกิน 3 สัปดาห์

ปกติช่วงซ้อมกินอะไรบ้าง

ช่วงเช้าผมจะกินข้าวโอ๊ต กับน้ำเปล่า เพราะดูดซึมง่ายและอยู่ท้อง พอซ้อมเสร็จผมจะกินพวกกล้วยหรืออาหารที่สามารถทดแทนพลังงานที่เสียไป ส่วนมื้อหลักๆ จะกินข้าวประมาณ 3-4 ทัพพี เนื้อสัตว์ ผัก และไข่ประมาณ 4-5 ฟอง กินเยอะมากเพราะผมเองต้องใช้พลังงานเยอะ ผมจะพยายามหลีกเลี่ยงอาหารเสริมต่างๆ เพราะรู้สึกว่าอาหารหลักที่เรากินนั้นครบ 5 หมู่ และเพียงพอต่อร่างกายแล้ว นานๆ ทีอาจมีกินวิตามินบ้าง เล่นเวตส่วนไหนบ้าง

กีฬาที่เน้นความทนทานของกล้ามเนื้อ (Endurance Sports) ควรเน้นการเล่นช่วงแกนกลางลำตัวเพราะความสำคัญมาก ยิ่งเรามีแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงก็จะยิ่งมีความสมดุลและความยืดหยุ่น ไม่ว่าจะวิ่งหลังตรง ก้มปั่นจักรยาน ก็จะไม่ทำ ให้รู้สึกล้าเกินไป เพราะมีกล้ามเนื้อคอยช่วยพยุงลำตัว และนั่นแปลว่าคุณจะไม่สิ้นเปลืองพลังงานไปกับการทรงตัวช่วงบนมากกว่าปกติ

ความรู้สึกอย่างไรที่ผ่านการคัดเลือก

ดีใจมากครับ เพราะผมตั้งใจฝึกซ้อมอย่างจริงจัง มันจึงเปรียบเสมือนรางวัลที่ทำให้เราได้ไปในระดับที่สูงขึ้น ถ้าถามว่าในระดับเอเชียแล้ว คู่แข่งที่น่ากลัวก็คือญี่ปุ่นกับเกาหลีที่มาแรงเหมือนกัน แต่ในรายการระดับโลกที่ผมจะไปแข่งปีนี้ก็ยังไม่คิดว่าจะได้ที่เท่าไร แต่ขอทำเต็มที่ไว้ก่อน แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ

เคล็ดลับของคุณเวลาลงแข่ง

เชื่อไหมว่ากำแพงที่น่ากลัวที่สุดก็คือตัวเราเอง แม้แต่ผมยังเคยรู้สึกว่าขณะที่วิ่งอยู่นั้น มีคำถามมากมายผ่านเข้ามาในหัว เรากำลังทำอะไรอยู่? เราทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? แต่พอคิดต่อผมก็จะรู้สึกว่าเรามาที่นี่เพื่อแข่งกับตัวเอง เพราะฉะนั้นเคล็ดลับของผมเริ่มมาจากความอยากเอาชนะตัวเอง และเรามีเป้าหมายเรามีความมุ่งมั่น ถ้าเราฝ่ากำแพงตัวเองไปได้ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม คุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และนั่นคือความน่าหลงใหลของไตรกีฬาที่มันหล่อหลอมให้คนเราสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

อยากจะแนะนำมือใหม่ว่าอย่างไรบ้าง

คนที่เริ่มเล่นไตรกีฬาส่วนมากจะมีพื้นฐานด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะวิ่ง ปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ อย่างผมก็เริ่มจากเป็นนักว่ายน้ำ พอเข้ามาเป็นนายร้อยก็ได้ฝึกวิ่ง และจักรยานที่มาทีหลังสุด ผมเลยเน้นซ้อมไปที่การปั่นเพราะถือเป็น
สิ่งใหม่สำหรับผม ผมแนะนำว่ามือใหม่ควรจะหาความถนัดของตนให้ได้เสียก่อน จากนั้นหากมีจุดด้อยตรงไหน
ก็เน้นฝึกจุดนั้นให้แข็งแกร่ง ซ้อมอย่างมีระบบ ถ้าเป็นไปได้ลองมองหาโค้ชสักคนที่จะคอยแนะนำคุณได้ว่า
ฝึกอะไรบ้างก็คงจะดีที่สุด 

Personal Record

วิ่ง 5,000 เมตร (ประเภทลู่) 16:21 นาที

วิ่ง 10,000 เมตร (ประเภทลู่) 34:19 นาที

วิ่ง 10 กิโลเมตร (ประเภทกลางแจ้ง) 34:56 นาที

วิ่งมาราธอนระยะ 42.195 กิโลเมตร 2:56:48 นาที

ว่ายน้ำ 100 เมตร 57.78 วินาที

ว่ายน้ำ 1,500 เมตร 19.48 นาที


Contributor: Kornpat Kotchabhakdi

Photograph: Chatchanan Chantajinda