The War Is On สงครามโลกฟุตบอล การย้ายทีมในฤดูกาล 2017/18

Men's Fitness EditorSports

ตลาดซื้อขายเหล่านักเตะฤดูกาล 2017/18 ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล เงินจำนวนมหาศาลถูกเทลงมาในการแข่งขันที่ฮิตที่สุดบนโลก เกิดการปะทะจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ สโมสร ผู้จัดการทีม ผู้อำนวยการสโมสร เจ้าของทีม เอเยนต์ สมาคมฟุตบอลทีมชาติ หรือแม้แต่ครอบครัวของนักฟุตบอล สงครามครั้งนี้ใครจะอยู่รอด? และมีใครบ้างที่เจ็บปวด?

ศึกแก้แค้นของปารีส

คงไม่มีการย้ายทีมของใครในตลาดซื้อขายนักเตะปีนี้โด่งดังเท่ากับการทุ่มเงินฉีกสัญญาเนย์มาร์ (Neymar) จอมทัพหมายเลข 10 ทีมชาติบราซิล ให้ย้ายจากบาร์เซโลนา (Barcelona) สู่ปารีแซงต์แฌร์แมง (Paris Saint-Germain: PSG) ซึ่งเช็คเงินสดมูลค่ากว่า 222 ล้านยูโรของเปแอสเชก้อนนี้ยังส่งผลกระทบถึงสโมสรจากเยอรมัน อังกฤษ และไปไกลถึงประเทศจีน! มีทฤษฎีสมคบคิดเล่าลือกันว่าการย้ายทีมของเนย์มาร์ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทีมตามปกติ แต่ศึกครั้งนี้มันคือการเอาคืน! ชนวนความขัดแย้งระหว่างสองสโมสรเริ่มต้นขึ้นในตลาดซื้อขายนักเตะฤดูกาล 2013/2014 เมื่อบาร์เซโลนาต้องการคว้าตัวติอาโก ซิลวา (Thiago Silva) กัปตันเปแอสเชและทีมชาติบราซิล การตามตื๊อและยุยงของบาร์ซาถึงกับทำให้นาสเซอร์ อัลเคไลฟี (Nasser Al-Khelaifi) ประธานสโมสรชาวการ์ตาเหลืออดต้องฝากบอกผ่านสื่อไปว่า หากยังไม่เลิกยุ่งกับติอาโก เขาจะเอาเงินหนาๆ จำนวน 250 ล้านยูโร ฟาดหัวฉีกสัญญาลิโอเนล เมสซี (Lionel Messi) จอมทัพของบาร์ซาให้ย้ายมาปารีสแทน โดยคนส่วนใหญ่คิดว่านั่นเป็นเพียงแค่คำขู่ ใครจะไปกล้าทำจริง แต่บาร์ซาก็ยังเดินเกมวิธีเดิมอีกครั้งเมื่อตลาดซื้อขายฤดูกาลนี้เปิด โดยครั้งนี้เป็นความพยายามในการคว้าตัวมาร์โก แวร์รัตติ (Marco Verratti) ห้องเครื่องลูกรักของเปแอสเช ว่ากันว่าบาร์ซาพยายามยุให้แวร์รัตติงอแงป่วนสโมสรเพื่อให้อนุญาตย้ายทีม ถึงขนาดที่เอเยนต์ส่วนตัวไปต่อว่าประธานสโมสรว่าทำเหมือนนักเตะในความดูแลของเขาเป็นนักโทษ แต่ในที่สุดเปแอสเชก็กล่อมนักเตะได้สำเร็จจนแวร์รัตติต้องออกมาขอโทษและเปลี่ยนเอเยนต์ในที่สุด

นอกจากสองเหตุการณ์นี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง Qatar Sports Investments เจ้าของเงินตัวจริงของสโมสรจากปารีส และบาร์เซโลนาก็เริ่มระหองระแหงจากการที่บาร์ซาไม่ต่อสัญญาสปอนเซอร์คาดหน้าอก โดยเปลี่ยนจาก Qatar Airways ไปจับมือกับ Rakuten บริษัทออนไลน์เจ้าดังจากญี่ปุ่นแทนตั้งแต่ฤดูกาล 2017/18 และเมื่อปารีแซงต์แฌร์แมงต้องเจอกับสองเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น ทำให้เปแอสเชกล้าใช้วิธีฉีกสัญญาแบบนี้กับบาร์เซโลนา แต่การย้ายทีมครั้งนี้ใช่ว่าจะราบรื่น เนื่องจากสมาคมฟุตบอลสเปนได้ออกมาขวางการย้ายทีม ส่วนหนึ่งเพราะกังวลว่าดีลนี้จะผิดกฎ Financial Fair Play หรือกฎควบคุมระบบการเงินของสโมสรฟุตบอลในยุโรป แต่เหตุผลเบื้องลึกน่าจะเป็นเพราะมูลค่าการตลาดของลาลีกา (La Liga) กำลังจะหายตามนักบอล(ที่มีคนเฝ้าติดตามอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ครวมกันกว่า 140 ล้านคน) ไปฝรั่งเศสด้วย แน่นอนว่าสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสก็ออกมาให้การสนับสนุนการย้ายทีมครั้งนี้อย่างเต็มที่เพราะมันคือการโปรโมตลีกเอิงลีกสูงสุดของฝรั่งเศสเต็มๆ บาร์เซโลนาทำให้การย้ายทีมมาถึงบทสรุปด้วยการรับเช็คเงินสดก้อนนี้ไปเสริมทีม และประกาศการย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ปัญหาคาราคาซังยังไม่จบแค่นั้น เนื่องจากเนย์มาร์และพ่อได้เตรียมฟ้องร้องบาร์ซาเพื่อเรียกร้องโบนัสค่าต่อสัญญาฉบับหลังสุดที่เขาควรจะได้ แต่บาร์ซาไม่ยอมจ่าย

ขโมยตัวว่าที่แม่ทัพ

ผลกระทบจากการปะทะกันในดีลของเนย์มาร์สะเทือนไกลมาถึงเยอรมันและอังกฤษ เนื่องจากบาร์ซาต้องรีบหาตัวแทนมาสืบทอดเบอร์ 11 ในชุดเลือดหมูน้ำเงินอย่างเร่งด่วน ฟิลิปเป คูตินโญ (Philippe Coutinho) หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเครื่องจักรสีแดงลิเวอร์พูล เป็นชื่อแรกที่ติดโผจากตอนแรกที่บาร์ซาวางตัวไว้ เขาเป็นทายาทของกัปตันทีมอย่างอันเดรส อีเนียสตา (Andres Iniesta) ห้องเครื่องที่เป็นตัวหลักของทีมมายาวนานแต่ก็โรยราด้วยชื่อเสียงของบาร์เซโลนาที่เป็นสโมสรในฝันของนักเตะอเมริกาใต้ และการยื่นคำขาดให้คูตินโญว่า Now or Never จะย้ายปีนี้หรือไม่ก็ลาขาดกัน บีบให้คูตินโญตัดสินใจยื่นเรื่องขอย้ายทีม แต่ผู้จัดการทีมและเจ้าของสโมสรของลิเวอร์พูลยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นจนถึงวันสุดท้ายของตลาดว่านักเตะหมายเลข 10 ของทีมไม่ได้มีไว้ขาย สร้างความอัดอั้นตันใจให้คูตินโญ ถึงกับหลั่งน้ำตาหลังยิงประตูได้ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับเอกวาดอร์ ทำให้เหล่าเดอะค็อปต่างผิดหวังในตัวนักเตะไปตามๆ กัน และสถานะของคูตินโญในสายตาของแฟนบอลหงส์แดงได้เปลี่ยนไปแล้ว ดีไม่ดีอาจจะเป็นเหมือนไมเคิล โอเวน ที่เปลี่ยนจาก Hero สู่ Zero

ส่วนที่เยอรมัน นี่ก็เป็นอีกครั้งที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เสียแม่ทัพแห่งอนาคตไปให้กับสโมสรชั้นนำ อุสมาน เดมเบเล (Ousmane Dembele) ดาวรุ่งวัย 20 ปี ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อฤดูกาลที่แล้วและโชว์ได้อย่างร้อนแรงเกินอายุ ถึงกับยอมแตกหักกับสโมสรเพื่อทำทุกวิถีทางให้ได้ย้ายไปเป็นตัวแทนเนย์มาร์ ไม่ว่าจะเป็นหนีซ้อม ปิดการติดต่อทุกช่องทาง จนผู้อำนวยการสโมสรต้องออกมาตำหนิการกระทำที่ไร้ความเป็นมืออาชีพครั้งนี้ และสโมสรยังลงโทษสถานหนักให้แยกออกไปซ้อมเดี่ยวอีกด้วย จบศึกครั้งนี้คงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะกับสโมสร นักเตะกับแฟนบอล สโมสรกับสโมสร บอบช้ำกันพอสมควร

ยุทธการทุบโบสถ์ หักเขากระทิงแดง

ท่ามกลางกระแสข่าวบาร์เซโลนาไล่ล่าฟิลิปเป คูตินโญ (Philippe Coutinho) จากลิเวอร์พูลไปร่วมทัพ แฟนบอลของสองสโมสรอย่างอาร์บี ไลป์ซิก ยักษ์ตัวใหม่ของบุนเดสลีกา และเซาแธมป์ตัน สโมสรจอมปั้นเด็ก คงจะสะใจไม่น้อยที่เห็นหงส์แดงโดนแบบพวกเขาบ้าง เนื่องจากลิเวอร์พูลพยายามกระชากตัวนักเตะคนสำคัญของพวกเขาอย่างนาบี เกอิตา (Naby Keita) ห้องเครื่องกระทิงแดง และเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk) หัวใจเกมรับของสโมสรนักบุญแดนใต้ โดยที่นักเตะทั้งสองคนก็กระสันและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้
ไปร่วมทัพของเจอร์เกน คลอปป์ (Jurgen Klopp) ที่สามารถกลับมาลุยฟุตบอลสโมสรยุโรปได้ในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิเวอร์พูลที่มักฉกนักเตะจากเซาแธมป์ตันมาแล้วหลายราย จนทีมนักบุญโดนล้อเลียนว่าเป็นเมืองขึ้นของหงส์แดงกันเลยทีเดียว ศึกครั้งนี้ถึงกับต้องใช้ยาแรงจากเจ้าของกระทิงแดงอย่างดีทริช มาเตสชิตซ์ (Dietrich Mateschitz) ออกมานั่งยันนอนยันว่าปีนี้เกอิตาจะไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น แต่ในที่สุดลิเวอร์พูลก็ยอมจ่ายเงินก้อนโตแลกกับการได้เกอิตามาเล่นในปีหน้าแทน ส่วนยาแรงจากฝั่งนักบุญคือการใช้กฎหมายขู่ว่าจะฟ้องลิเวอร์พูลที่แอบคุยกับนักเตะก่อนได้รับอนุญาต ทำให้ลิเวอร์พูลจำใจออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการต่อเซาแธมป์ตัน และประกาศยกเลิกการไล่ล่าตัวในที่สุด

เสร็จศึกโดนขโมยขุนพล

เมื่อถามถึงสาเหตุหนึ่งในการทุ่มทุเสริมทัพของปารีแซงต์แฌร์แมงในปีนี้ น่าจะเกิดจากการโดนเอเอส โมนาโก ปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกเอิงเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีของสโมสร พร้อมหยุดสถิติแชมป์ลีก 4 สมัยติดต่อกันของเปแอสเชลง แต่เมื่อดูสภาพกองทัพของเอเอส โมนาโก หลังตลาดซื้อขายนักเตะในปีนี้ หัวใจสำคัญของทีมแทบไม่เหลือเลย เนื่องจากโดนสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างๆ กระโดดเข้ามารุมแย่งตัวขุนพลคนสำคัญของพวกเขาไปเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็น ไคเลียน เอ็มบัปเป ที่เปแอสเชใช้วิธียืมก่อนทุ่มจ่ายทีหลังจบมหากาพย์ การย้ายทีมของหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก เบอร์นาร์โด ซิลวา, เบนจามิน เมนดี ที่ย้ายไปแมนเชสเตอร์ซิตี้ ส่วนห้องเครื่องของทีมอย่าง ติเอมูเอ บากาโยโก โยกไปอยู่เชลซีทั้งๆ ที่ก่อนตลาดซื้อขายจะเปิด สโมสรก็ออกมาประกาศอย่างมั่นใจว่าจะไม่ปล่อยใครออกไปทั้งนั้น เจอขนาดนี้ก็ต้องมาลุ้นกันเหนื่อยว่าเอเอส โมนาโก จะสู้กับปารีแซงต์แฌร์แมงได้สูสีขนาดไหน และใครจะเข้าเส้นชัยเมื่อจบฤดูกาล

เงินอย่างเดียวชนะสงครามไม่ได้?

ถ้าหากทีมไหนมีเงินอย่างเปแอสเชจะเที่ยวฉีกสัญญาซื้อใครก็ได้ใช่หรือไม่? คำตอบคือ ไม่ได้ถ้านักเตะไม่มีใจอยากจะย้ายมาร่วมทีม ข้อได้เปรียบของเปแอสเชในการย้ายทีมครั้งนี้คือ เนย์มาร์ต้องการย้ายออกมาพิสูจน์ตัวเองให้ก้าวพ้นออกจากเงาของเมสซี และเปแอสเชยังใช้กลยุทธ์ใหม่ในการจ่ายเงินค่าตัวนักเตะเพื่อเลี่ยงกฎ Financial Fair Play อีกด้วย หรือการย้ายทีมของเปาลินโญ (Paulinho) กองกลางทีมชาติบราซิล ที่บาร์ซาทุ่มเงินค่าฉีกสัญญากว่า 40 ล้านยูโร ประเคนให้กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ (Guangzhou Evergrande) ถึงเมืองจีนเพื่อมาปลอบขวัญแฟนๆ อย่างเร่งด่วนหลังจากสูญเสียสตาร์ตัวเก่ง การย้ายทีมครั้งนี้สโมสรยักษ์ใหญ่จากจีนไม่ได้ต้องการขาย แต่พวกเขาไม่สามารถห้ามได้เพราะบาร์เซโลนาเป็นสโมสรในฝันของนักเตะบราซิลที่มีนักเตะแซมบ้าระดับตำนานมากมายเคยลงเล่น อาทิ โรมาริโอ โรนัลโด ริวัลโด หรือโรนัลดินโญ และดาราอีกหลายคนทั้งในอดีตและปัจจุบันอีกทั้งยังเป็นยอดทีมแห่งยุคที่ใครๆ ก็อยากเข้ามาไขว่คว้าความสำเร็จ

อ่านเพิ่มเติมได้ในนิตยสาร Men’s Fitness ฉบับตุลาคม หน้าปก Chris Pratt


contributor: ITTHISAK CHANPINPHET