Passion of Success: ครูตอง-ชนนภัทร วิรัชชัย นักกีฬา Martial Arts

Men's Fitness EditorSports

การจะนำกีฬา Martial Arts มาสู่เมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเมืองไทยก็เรียกได้ว่ารุ่มรวยทางด้านวัฒนธรรมของศิลปะป้องกันตัวมาช้านาน และแถมยังเป็นแหล่งผลิตนักสู้ที่ยอดเยี่ยมสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติอย่างมากมาย ทำให้กีฬาชนิดใหม่ๆ ยากที่จะสอดแทรกขึ้นมาได้อย่างทัดเทียมกับกีฬาที่มีมานานแต่ปัจจุบันนี้ด้วยความที่โลกของเราเปิดกว้างมากขึ้น ชนิดของกีฬาก็มีมากมาย จะเสียหายตรงไหนหากเราจะส่งนักสู้ของเราเข้าไปสร้างชื่อเสียงในวงการต่างๆ เพราะเดิมทีเราก็มีจุดเด่นทางการปลุกปั้นนักสู้อยู่แล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของ “ครูตองชนนภัทร วิรัชชัย” นักกีฬา Martial Arts ที่เป็นทั้งผู้เผยแพร่ความรู้ โค้ช และเจ้าของยิมแห่งใหม่อย่าง Bangkok Fight Lab

จุดเริ่มต้น

เมื่อสมัย 8-10 ปีก่อนกีฬา MMA ในบ้านเรานั้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักเพราะ ตอนนั้น Thai Fight เองก็กำลังมาแรง MMA จึงไม่ค่อยได้รับความนิยม บ้างก็เรียกว่ามวยกรงเพราะต่อยกันในกรงและดูมีความรุนแรงมากกว่ากีฬาต่อสู้ชนิดอื่นๆ ส่วนตัวผมเองที่เริ่มมีความสนใจตั้งแต่สมัยเรียนก็ยังไม่สามารถหาที่ฝึกได้ เลยเริ่มจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองมาก่อนเหมือนกันครับ โดยเริ่มจากเรียนยูโด มวยจีน แล้วก็ศิลปะการต่อสู้ต่างๆ

MMA ดูอย่างไรให้สนุก

ที่ได้ยินมาส่วนมากคือคนที่ไม่เคยดูจะบอกว่าเป็นกีฬาที่รุนแรง แต่ความจริงมันเซฟกว่ามวยในระดับหนึ่ง เพราะห้ามโจมตีด้านหลังศีรษะคู่ต่อสู้ แถมท่าต่อสู้ครึ่งหนึ่งก็เป็นการจับล็อคกันเสียมากกว่า สมองจึงไม่ได้รับการกระทบกระเทือน จึงมีการบาดเจ็บสะสมน้อยกว่าหากเป็นการนับแต้ม มวยสากลอาจนับการปล่อยหมัดที่มาจากหัวไหล่ แต่ MMA จะนับการโจมตีที่สร้างความเสียหายให้กับคู่ต่อสู้ เช่น การชกเข้าที่ใบหน้า การเตะลำตัว การโจมตีที่เกือบจะน็อค คู่ต่อสู้ หากเป็นท่าจับล็อคต้องเป็นท่าจับล็อคที่สมบูรณ์ ตำแหน่งเราต้องได้เปรียบกว่าคู่ต่อสู้ ทีนี้ความสนุกจะอยู่ตรงที่ต่างฝ่ายต่างต้องโจมตีและคิดตามไปด้วยว่าถ้าหากโดนท่าพวกนี้จะแก้เกมอย่างไร

การชกสมัครเล่น

รุ่นพี่คนหนึ่งที่สอนมวยจีนให้ผมเพิ่งกลับจากอเมริกา และเขาได้นำ MMA เข้ามาให้ผมได้รู้จัก เนื่องจากผมชอบเรื่องศิลปะการต่อสู้อยู่แล้วก็เลยลองฝึกดู บวกกับตอนนั้นฝึกมวยสากลไปด้วย เลยไปลองต่อยสมัครเล่น ปรากฏว่าตอนนั้นได้เป็นแชมป์ในปี 2010 แล้วปีต่อมาก็ได้ต่อยอาชีพเลย

ความรู้สึกในการแข่งระดับอาชีพ

ตอนนั้นผมเป็นเด็กไทยคนแรกๆ ที่ได้ชกรายการระดับโลก แน่นอนว่ามันมีความเครียดผสมกับความตื่นเต้น ในหัวคิดเพียงอย่างเดียวว่าทำอย่างไรจะน็อคคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด หมัดที่ออกไปแต่ละหมัดต้องหนัก แต่ก็กลัวว่าจะไม่มีแรงยืนจนจบแมตช์ ปรากฏว่าผมสามารถชนะในยกที่สองด้วยการต่อยและเตะหัวอีกฝ่าย หลังจากนั้นกลับมาไทยได้ 3-4 วัน ผลการต่อสู้ของผมถือเป็นโมฆะ เพราะต้องรอให้กรรมการชี้ก่อนถึงจะเตะหัวคู่ต่อสู้ได้ แต่ตอนนั้นกรรมการเองก็คงตกใจจึงไม่ได้ชี้ออกไป หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น MMA ก็เลยเปลี่ยนกฎให้สามารถเตะได้เลยโดยไม่ต้องรอให้กรรมการชี้ก่อน (ดันเปลี่ยนกฎหลังจากที่ผมชนะแล้ว เศร้า) ผมเลยกลายเป็นผู้เปลี่ยนแปลงกฎ MMA และผู้คนต่างก็เริ่มรู้จักเรามากขึ้นเพราะเหตุการณ์นี้

การเติบโตในวงการ

ผมจำได้ว่าประมาณแมตช์ที่ 4 ไปเจอกับนักสู้ชาวปากีสถาน ซึ่งแมตช์นั้นผมประมาทมากเพราะเห็นว่าสถิติตัวเองดีกว่า ปรากฏว่าพอจบเกมผมแพ้คะแนนเขา จากนั้นมาคือผมต้องเรียนรู้อะไรสักอย่างเพิ่มเพื่อที่จะสามารถนำมาพัฒนาการชกของเราได้ จึงไปลงเรียนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และจากนั้นมาก็ไม่เคยคิดจะประมาทอีกเลย

จุดเปลี่ยนของการเป็นนักกีฬา

มีแมตช์หนึ่งที่เจอกับนักชกสิงคโปร์ เราเอาชนะเขาได้แต่ตอนชนะร่างกายผมเพิ่งรู้สึกตัวว่ามือหักทั้งสองข้างตอนจบแมตช์ นั่นทำให้ผมต้องพักไปสิบกว่าเดือนมีความท้อแท้บ้างเป็นธรรมดา พอกลับมาต่อยแมตช์แรกก็เจอนักสู้ชาวพม่า เราสามารถเอาชนะเขาได้ภายในสองนาที จำได้ว่าตอนที่กำลังยืนเพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตอนนั้นเราร้องไห้เลย

ปัจจุบันซ้อมอย่างไร

ซ้อมค่อนข้างหนัก คือเราต้องซ้อมหนักกว่าการชกจริงสิบเท่า เพราะเราต้องแน่ใจว่าสามารถยืนได้จนจบเกม ซ้อมลงนวมค่อนข้างบ่อย และที่สำคัญคือต้องฝึกการหายใจ ไม่อย่างนั้นเวลาอะดรีนาลินเราหลั่งอาจจะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด ถ้าการ์ดตกนี่เสร็จเขาแน่ๆ

อยากฝากอะไรกับผู้ชมชาวไทย

MMA เป็นกีฬาทางเลือกของผู้คนที่รักในศิลปะป้องกันตัวที่เราควรเปิดรับมากขึ้น เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้โชว์ฝีไม้ลายมือบนเวทีโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือแหล่งเพาะพันธุ์นักสู้ชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือฟิลิปปินส์ และนักสู้ของไทยเองก็เป็นเบอร์ต้นๆ ในหลายวงการกีฬาอย่างยูโดและมวยปล้ำ ผมเชื่อว่า MMA เองก็กำลังจะเติบโตในเมืองไทยมากขึ้นทุกวัน ผมยังเชื่อว่าถ้าผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้ครับ