The Ultimate Choices for 2018: 5 ไฮไลท์เด็ดรถหรูจากงาน Motor Expo

Men's Fitness EditorPlay

หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาแล้วทั้งปี ได้เวลาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับชีวิตสักคัน ซึ่งทางเราได้นำทีเด็ด 5 คันจากงาน Motor Expo 2017 มาให้คุณเลือกถึงที่

Porsche Cayenne

ด้วยยอดขายที่ทำไปได้กว่า 770,000 คัน ในสองเจเนอเรชั่นก่อนหน้านี้ ก็เป็นเครื่องการันตีชั้นเยี่ยมว่าสมรรถนะ ความหรูหรา ความสมบูรณ์แบบของ Cayenne นั้นเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทยที่คุณสามารถพบเห็น Cayenne ได้มาก (มากขนาดที่ลานจอดรถห้างหรูหลายแห่งต้องสละพื้นที่กว่าครึ่งชั้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ให้กับรถรุ่นนี้) ดีไซน์ภายนอกของ The All-New Cayenne ได้ถูกขัดเกลาเส้นสายให้มีความสปอร์ตมากขึ้น ตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย มีการปรับมิติความสูงของรถให้ต่ำลง 9 มิลลิเมตร ความยาวเพิ่มขึ้น 63 มิลลิเมตร และความกว้างฐานล้อเพิ่มขึ้นอีก 23 มิลลิเมตร ส่งผลให้ภายในห้องโดยสารกว้างขึ้นและเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นด้วย และยังมีการเพิ่มพื้นที่เก็บของท้ายรถได้สูงสุดถึง 100 ลิตร ซึ่งทำให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้สมบูรณ์กว่าเดิม มีให้เลือกถึง 4 รุ่น คือ Cayenne, Cayenne E-hybrid, Cayenne S และ Cayenne Turbo ราคาเริ่มต้นที่ 7.5-16.9 ล้านบาท

Range Rover Velar

ถึงเวลาแล้วที่ Velar จะมาขอร่วมแชร์ส่วนแบ่งยอดขายตลาดรถยนต์ Luxury SUV ขนาดกลางที่แบรนด์อื่นๆ แย่งซีนทำตลาดไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งสื่อต่างประเทศหลายสำนักต่างยกนิ้วชื่นชมความน่าสนใจในด้านการออกแบบทั้งภายนอกและภายในของ Velar ถึงขนาดเอ่ยว่ารถรุ่นนี้แหละคือมาตรฐานของรถตระกูล Luxury SUV จุดเด่นของ Range Rover Velar คือระบบการขับขี่ที่ง่ายดายไม่มีความซับซ้อน เน้นคุณภาพและสมรรถนะของรถยนต์ที่แท้จริง ภายนอกออกแบบมาให้ดุดันแต่โฉบเฉี่ยว ภายในใช้วัสดุเกรดพรีเมียมที่หรูหราสะดวกสบายสำหรับทุกที่นั่ง ตัวถังขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง น้ำหนักเบา เอกสิทธิ์ของ Range Rover และแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน Jaguar มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 180 แรงม้า ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ ZF 8 สปีด ราคาเริ่มต้นที่ 5.99 ล้านบาท

Mercedes-Benz AMG GT R

ดาวเด่นในงานครั้งนี้ที่ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้ เพราะมันคือสุดยอดรถสปอร์ตสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายดาวสามแฉก ที่เปิดตัวสะท้อนถึงความกระชุ่มกระชวยด้วยสีเขียวด้านสุดเจ็บ ดีไซน์ภายนอกของ AMG GT R เป็นการออกแบบแบบ Sensual Purity ส่วนหน้าของตัวรถมีลักษณะลาดต่ำ และกระจังหน้าแบบ Panamericana Grille ยื่นออกไปคล้ายจมูกฉลามช่วยลดแรงกดที่ด้านหลังตัวรถ ประกอบกับวัสดุบังคับลมชุบโครเมียม 15 ซี่ และล้อ Forged แบบ AMG Performance 10-Spoke ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และล้อหลัง 20 นิ้ว ภายใต้ฝากระโปรงหน้าได้ซ่อนเครื่องยนต์แบบ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4 ลิตร ให้แรงม้ามากถึง 585 ตัว ใช้เวลาเพียง 3.6 วินาที ในการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุด 318 กม./ชม. กับราคาเริ่มต้นที่ 17.4 ล้านบาท

Mini JCW Countryman

ลืมความน่ารักของรถมินิคูเปอร์ที่เป็นภาพจำของคุณไปก่อนได้เลย เพราะโมเดลที่เพิ่งเปิดตัวคันล่าสุดจะมาสะท้อนจิตวิญญาณแบบโกคาร์ต อันเป็นเอกลักษณ์ของมินิให้สมบูรณ์ตามแบบฉบับของ John Cooper Works ที่ให้ความสปอร์ตและความปราดเปรียว ด้วยล้ออัลลอยแบบ John Cooper Works Course Spoke ขนาด 19 นิ้ว และเอกลักษณ์จานเบรคสีแดง พร้อมด้วยโลโก้ JCW และชุด Aerodynamics มอบความรู้สึกทรงพลัง มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ ALL4 และขุมพลัง TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 170 กิโลวัตต์ 231 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.5 วินาที ในความเร็วสูงสุด 234 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 14.2 กม./ลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต พร้อมสั่งเปลี่ยนเกียร์ผ่านทาง Paddle Shift บนพวงมาลัย และยังมีระบบแสดงผล Head-up Display ที่แสดงข้อมูลต่างๆ โดยไม่รบกวนการมองถนน ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาท

Lexus LC 500

ใครจะเชื่อว่ารถคันนี้คือรุ่นที่คลอดออกมาจากสายการผลิตแล้วจริงๆ ต้องยกความดีความชอบให้ Tadao Mori หัวหน้าทีมออกแบบของ Lexus ที่ทำผลงานออกมาดีจนได้รับรางวัล Production Car Design of the Year มาหมาดๆ จากเจนีวา ด้วยดีไซน์ที่ดูสปอร์ต แต่แฝงไปด้วยความสง่างาม ดูหรู ดูแพง และแน่นอนถ้าคุณขับมันบนถนนทุกสายตาจะจับจ้องมาที่รถคุณอย่างแน่นอน ด้วยไฟหน้าดีไซน์แบบ 3-Eye-LED พร้อมการดีไซน์ไฟท้ายแบบ 3-Dimension-LED ล้ออะลูมินัมขนาด 21 นิ้ว หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์เต็มแผ่น ภายในตกแต่งด้วยหนังกลับ Alcantara ที่ทั้งสปอร์ตและหรู ยังได้เครื่องเสียงสุดหรูจาก Mark Levinson Surround System มาช่วยแก้เขินเวลาถูกจ้องเข้ามาในรถ ได้ขุมพลังเบนซิน V8 ขนาด 5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 471 แรงม้า ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะที่มาช่วยสร้างความตื่นเต้น ราคาเริ่มต้นที่ 16 ล้านบาท (แต่คุณต้องสั่งนำเข้าพิเศษนะครับ เพราะมันไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน)