The Sports Car Among Luxury Saloons

Men's Fitness EditorPlay

การฉลองผลิตรถซูเปอร์คาร์คันที่หนึ่งล้านของ Porsche 911 น่าจะเป็นเครื่องการันตีได้ว่าแบรนด์ฉายา “เจ้าชายกบได้สร้างความประทับใจ ให้แก่ขาซิ่งทั่วโลกมาเป็นระยะเวลาร่วม 60 ปี และไม่ใช่แค่กับ 911 เท่านั้น Porsche ยังทำได้ดี กับรถเอสยูวีอย่าง Porsche Cayenne และที่ขาดไม่ได้คือ Porsche Panamera


หลังจากที่รุ่นแรกได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการ ยานยนต์สปอร์ตซาลูน นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกต่อสายตาชาวโลกในปี 2009 ด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 150,000 คันทั่วโลก ก็ถึงเวลาอันเหมาะสมสำหรับทายาทรุ่นที่สองของ Porsche Panamera ภายใต้รหัสตัวถัง 971 ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัส เมื่อ Men’s Fitness Thailand ได้รับเชิญจาก Porsche Thailand AAS Auto Service เพื่อไปร่วมทดสอบประสบการณ์สุดพิเศษถึงสนามปทุมธานีสปีดเวย์ ครั้งนี้ผมจึงไม่ขอเอาแค่ข้อมูลดิบมาใช้เท่านั้น แต่จะเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ได้รับ จากการเหยียบคันเร่งและควบคุมรถเต็มรูปแบบด้วยตัวเอง

Porsche Panamera 4S (ปอร์เช่พานาเมร่า 4 เอส) ใหม่ล่าสุดมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาดความจุ 2.9 ลิตร พละกำลัง 440 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (Permanent All-Wheel Drive System) ด้วยแรงม้าที่เหลือเฟือขนาดต้องวางแผนคิดว่าจะเอาไปขับบนถนนไหนในกรุงเทพฯ ถึงจะเหมาะ เพราะพิสูจน์มาแล้วว่ารถคันนี้สามารถทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาทีจริงๆ และทำความเร็วได้สูงสุดถึง 289 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (แน่นอนครับว่าผมใจไม่ถึงขนาดที่จะทำความเร็วสูงสุดขนาดนั้น) ส่งพลังผ่านเกียร์ PDK 8 สปีด สามารถปรับโหมด การขับได้ 3 โหมด (Normal/Sport/Sport+)

จากด่านแรกผมเหยียบมิดแบบหลังติดเบาะจากจุดสตาร์ทและกระทืบเบรคสุดแรงเพื่อให้รถหยุดกะทันหัน ระบบเบรคทำงานได้น่าประทับใจมาก ไม่แสดงอาการเสียการทรงตัวและเสียการควบคุมให้เห็น ส่วนการควบคุมรถผมสัมผัสได้จากสถานีสลาลม คุณอาจคิดว่าความใหญ่ราวยานแม่ของเจ้า Panamera 4S จะเป็นอุปสรรคในการขับสลาลมหรือช่องที่แคบแล้วต้องใช้ความเร็ว แต่ไม่เลย พวงมาลัยมีความแม่นยำสามารถตอบสนองได้ดีเยี่ยม ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง (Rear Axle Steering) พร้อมปรับเป็นโหมดสปอร์ตพลัสที่จะลดความสูงของรถลงอีก 3 เซนติเมตร เสกให้ช่วงล่างเพิ่มสมรรถนะในการเกาะถนนสูงขึ้นแบบเหลือเชื่อ

ภายในของ Panamera นั้นได้รับการดีไซน์ใหม่เพื่อเพิ่มความทันสมัย สอดรับกับการใช้งานหน้าจอแสดงผลที่คอนโทรลกลางขนาด 12 นิ้ว สามารถปรับอุปกรณ์ต่างๆ ในรถด้วยระบบสัมผัส ด้านหลังมีระบบอินโฟเทนเมนต์ที่หรูหราไม่ต่างจากด้านหน้า เบาะแบบบัคเก็ตซีตทั้งสี่ที่นั่งจะคอยโอบตัวคุณไว้ จึงมอบความรู้สึกสปอร์ตแฝงความหรูหราไว้ได้อย่างลงตัว

แม้ราคาเริ่มต้นที่ 13.5 ล้านบาท แต่หากต้องแลกกับความสปอร์ตควบคู่ความหรูหรา การมีจอดไว้สักคันในโรงรถก็น่าจะเติมเต็มไลฟ์สไตล์คุณให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น