The New iPhone: เผยโฉม iPhone ใหม่จาก Apple

Men's Fitness EditorPlay

สาวก iOS เตรียมตัวกันได้เลยกับผลิตภัณฑ์ใหม่จากค่าย Apple!!!

จบลงไปแล้วสำหรับงานแถลงข่าวครั้งยิ่งใหญ่ Steve Jobs Theater กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จากค่าย Apple ไม่ว่าจะเป็น iPhone 8, iPhone X รวมทั้ง Apple Watch วันนี้เราได้รวบรวมเอารายละเอียดมาฝากคุณกันครับ

iPhone 8 & iPhone 8 Plus

iPhone 8 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว และ iPhone 8 Plus มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว หน้าจอแบบใหม่ Retina HD ที่ช่วยปรับ White Balance บนหน้าจอให้ตรงกับแสงโดยรอบ ทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A11 Bionic แบบ 6-Core Processor ที่ช่วยให้การทำงานเร็วยิ่งขึ้นเกือบ 70% เมื่อเทียบกับระบบ A10 พร้อมทั้งช่วยประมวลผลหน้าจอเร็วขึ้นด้วย

เพิ่มประสบการณ์การถ่ายรูปที่ล้ำขึ้นกว่าเดิม เพราะครั้งนี้ iPhone 8 มาพร้อมกล้องหลังความละเอียดขนาด 12 ล้านพิกเซล ส่วน iPhone 8 Plus มาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซลแบบเลนส์คู่ พร้อมรูรับแสงที่ F/1.8 และ F/2.8 ช่วยให้การถ่ายรูปของคุณสนุกและดูโปรขึ้นอีกขั้นด้วยโหมดใหม่ ‘Portrait Lighting’ การจัดแสงสำหรับการถ่ายภาพบุคคลเสมือนคุณถ่ายภาพที่สตูดิโอ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอความคมชัดระดับ 4K เฟรมเรท 60 ต่อวินาที และสโลว์โมชั่นแบบ 1080 สูงสุดที่ 240 เฟรมเรทต่อวินาที

iPhone 8 และ iPhone 8 Plus มาพร้อมระบบ iOS 11 ที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) พร้อมลูกเล่นใหม่สำหรับการถ่ายภาพอย่าง Live Photos รวมทั้งเกมส์และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่รองรับระบบการทำงานแบบ AR 

รองรับการชาร์จแบตเตอร์รี่แบบไร้สายด้วย AirPower อุปกรณ์ชาร์จสำหรับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซด์ใหม่ ทำจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศ มีคุณสมบัติกั้นน้ำและฝุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีเงิน, สเปซเกรย์ และสีทอง

สนนราคา iPhone 8 เริ่มต้นที่ 699 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 24,900 บาท) โดยมีขนาดความจุให้เลือกทั้งแบบ 64 GB และ 256 GB เช่นเดียวกันกับ iPhone 8 Plus ราคาเริ่มต้นที่ 799 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 27,900 บาท )โดยเริ่มเปิดการสั่งจองในวันที่ 15 กันยายนนี้ ส่วนระบบ iOS 11 จะปล่อยให้เริ่มดาว์นโหลดกันได้วันที่ 19 กันยายน

iPhone X

อีกหนึ่งก้าวกระโดดของ Apple กับการเปิดตัว iPhone X สมาร์ทโฟนแห่งอนาคตที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว Super Retina Display นับเป็นหน้าจอที่มีระดับความคมชัดสูงสุดเท่าที่ Apple เคยมีมาอยู่ที่ 2436 x 1125-458 ppi พร้อมเทคโนโลยี OLED ช่วยถ่ายทอดสีสันของหน้าจอได้อย่างแม่นยำช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่ของการรับชมยิ่งขึ้นกว่าเดิม

มาพร้อมกล้องหลังความละเอียดขนาด 12 ล้านพิกเซลแบบเลนส์คู่ พร้อมกล้องมุมกว้างรูรับแสงที่ F/1.8 ส่วนกล้องเทเลโฟโต้มีรูรับแสงกว้าง F/2.4 เพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภาพที่มากขึ้นด้วย Quad LED True Tone Flash นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกล้องหน้าแบบ TrueDepth ความละเอียดขนาด 7 ล้านพิกเซลรองรับโหมดการใช้งาน ‘Portrait Lighting’ ให้เซลฟี่ได้เสมือนมือโปร และฟีเจอร์ใหม่อย่าง Face ID ระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูง

นอกจากนั้นยังสามารถบันทึกวีดีโอด้วยความคมชัดระดับ 4K เฟรมเรท 60 ต่อวินาที และสโลว์โมชั่นแบบ 1080 สูงสุดที่ 240 เฟรมเรทต่อวินาที

มาพร้อมระบบ iOS 11 ขับเคลื่อนด้วยชิปประมลผล A11 Bionic ที่ช่วยให้การทำงานเร็วขึ้นพร้อมยกประสิทธิภาพด้านกราฟฟิกให้เร็วยิ่งกว่าเดิมถึง 30% และตอบสนองการใช้งาน Face ID และ Animoji รองรับการชาร์จแบตเตอร์รี่แบบไร้สายด้วย AirPower

ลูกเล่นใหม่เพิ่มอรรถรสให้การแชทสนุกกว่าเดิมกับฟีเจอร์ Animoji แปลงร่างคุณให้เป็นอีโมจิน่ารักได้ ด้วยเซ็นเซอร์หน้าจอที่สามารถจับอารมณ์ ท่าทาง สีหน้า รวมทั้งน้ำเสียงของคุณก่อนจะแปลงเป็นอีโมจิสามมิติที่สามารถเคลื่อนไหวได้

ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซด์ใหม่ ทำจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศ มีคุณสมบัติกั้นน้ำและฝุ่น มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ สีเงิน และเทาสเปซเกรย์ สนนราคาเริ่มต้นที่ 999 เหรียญสหรัฐ ( ประมาณ 35,000 บาท ) เปิดให้สั่งจองวันที่ 27 ตุลาคมนี้ และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้