ON TOP WEEKEND: ร้านน่านั่งประจำเดือนธันวาคมนี้

Men's Fitness EditorPlay

วันหยุดทั้งทีจะมัวอุดอู้อยู่แต่ในบ้านทำไม ออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า วันนี้เราได้รวบรวมเอาเมนูจานเด็ดจากร้าน EAT ME มาฝากกัน


EAT ME

EAT ME 

ดังเงียบๆ มานานหลายปีในหมู่ต่างชาติเพราะซ่อนตัวอยู่ในซอยคอนแวนต์มาตั้งแต่ปี 2541 ผ่านไป 19 ปีด้วยชื่อเสียงและคนที่แน่นร้านแทบทุกคืน น่าจะเป็นหลักประกันได้ว่า อีท มี (EAT ME) เป็นหนึ่งในร้านอาหารดีที่สุดในเมืองไทยแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ลำพังตัวผู้เขียนเองเคยพยายามโทรจองโต๊ะในคืนวันเสาร์แต่ก็ชวดตั้งหลายหน เพราะโต๊ะเต็มตั้งแต่หัววัน แม้เมืองไทยจะมีร้านอาหารเปิดใหม่แทบทุกสัปดาห์ แต่ อีท มี ก็ยังมีลูกค้าตามอุดหนุนอย่างเนืองแน่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านอาหารซึ่งเป็นตึกแถวสามชั้นแห่งนี้จะติดอันดับ 50 ร้านอาหารดีที่สุดในเอเชีย (Asia’s 50 Best Restaurants) ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2556 อย่างล่าสุดทางร้านก็เพิ่งคว้าอันดับที่ 31 มาครอง

หากถามว่าทำไม อีท มี ถึงยังคงครองใจลูกค้า คำตอบนี้อยู่ที่คุณภาพและรสชาติของอาหารที่เชื่อมือได้ของเชฟทิม บัทเลอร์ ผู้เก่งกาจในเรื่องการสรรค์สร้างวัตถุดิบและครีเอตอาหารได้อย่างน่าสนใจ (และอร่อยด้วย) เมนูส่วนใหญ่ไม่เชิงฝรั่งจ้า แต่จะผสมผสานระหว่างฝรั่งกับเอเชีย เพราะเชฟชื่นชอบวัตถุดิบของชาวญี่ปุ่นที่เน้นคุณภาพและสรรพคุณ เทียบเคียงกับวัตถุดิบปลอดสารจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง Shima Aji Tartar ต่อด้วยล็อบสเตอร์เนื้อแน่นที่เอามาปรุงรสต้มยำ Tom Yum Maine Lobster หรือหนักขึ้นมาหน่อยก็เป็น Australian Winter Truffle Risotto ที่เชฟจับคู่ไข่หอยเม่น (Uni) และไข่ปลาแซลมอนกับริซอตโต

หากใครชอบเนื้อคุณอาจสั่งโทมาฮอว์คย่างสุกกำลังดี (เหมาะสำหรับ 2-3 คน) ไม่ก็ Japanese Omi Wagyu A5 Tataki เมื่อเชฟนำเนื้อโอมิสายพันธุ์ญี่ปุ่นแทรกไขมันระดับ A5 มาเป็นดาวเด่นประจำจาน แต่เห็นอย่างนี้ไม่ใช่ว่าทุกจานในเมนูของ อีท มี จะอลังการงานสร้าง เพราะเรียบง่ายก็มีให้เห็นแถมยังมี Wow Factor แทบทุกจาน ที่ขาดไม่ได้คือ Sip Some Thai ชุดค็อกเทลแบบไทยๆ ที่มิกโซโลจิสต์ ป๊อบ-บุญธเนศ ดิเรกฤทธิกุล นำส่วนผสมจากเมนูอาหารทั้งสี่ภาคมาชงเป็นค็อกเทลสัญชาติไทย ซึ่งหนึ่งในนั่นได้แก่ ส้มตำปูปลาร้า! 


Contributor: Patsaya Ch.