New Zealand Drive-Thru ขับรถเที่ยวเองใครๆก็ทำได้ ตอน 2

Men's Fitness EditorPlay

ควีนส์ทาวน์เป็นเมืองที่มีกิจกรรมน่าสนใจให้ทำเยอะมากๆ เรียกว่าเป็นเมืองหลักในการท่องเที่ยวของเกาะใต้ก็ว่าได้ เช้าวันแรกเราอยากจะชิลๆ ก่อน เลยซื้อทริปนั่งเรือไปยังเกาะใกล้ๆ ไปยัง Walter Peak เช้านี้อากาศอึมครึมมีฝนตกตลอดทาง เรือที่เราโดยสารมานั้นก็ไม่ใช่เรือธรรมดาเพราะอายุราวๆ กว่าร้อยปีเลยทีเดียว ที่นี่เราจะได้เห็นวิธีตัดขนแกะแบบดั้งเดิม อีกหนึ่งของขึ้นชื่อของนิวซีแลนด์ หลังจากดูการแสดงและกินอาหารจนอิ่มท้องเราก็เดินทางกลับมายังฝั่งควีนส์ทาวน์ ขากลับฝนซาลงแล้วเลยได้เห็นรุ้งกินน้ำสวยๆ ตลอดการเดินทาง

พอถึงฝั่งอากาศปลอดโปร่งเราเลยนั่งกระเช้ากอนโดลาของสกายไลน์ (Skyline) ขึ้นไปบนยอดเขา เพื่อขึ้นไปดูวิวมุมสูงของควีนส์ทาวน์ และยังมีกิจกรรมให้เล่นเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเลื่อนหรือลูจ (Luge) เป็นเหมือนรถม้งที่ปล่อยไหลลงมาจากที่สูงลงไปยังจุดพักด้านล่าง โดยที่เราต้องคอยควบคุมความเร็วและทิศทางให้ดี แถมยังมีบันจี้จัมพ์สุดหวาดเสียวที่เราจะได้เห็นมุมสูงของควีนส์ทาวน์อยู่สักระยะก่อนที่ร่างเราจะถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงไป บอกเลยว่าไม่กล้าจริงๆ ครับ ขอเก็บภาพวิวสวยๆ อยู่ด้านบนดีกว่า แต่ต้องบอกเลยว่าเรื่องเครื่องเล่นแบบนี้ทางนิวซีแลนด์ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยมากๆ เรียกว่าอันดับหนึ่งของโลกได้เลย ใครที่อยากจะเล่นไม่ต้องห่วงเลยครับ พนักงานทุกคนถูกเทรนมาอย่างดี บนสกายไลน์แห่งนี้มีบุฟเฟต์อาหารเย็นให้บริการและยังมีโชว์การแสดงต่างๆ เช่น ชนเผ่าเมารีให้เราได้ชมกันอีกด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เล่นแบบซอฟต์ๆ กันไปแล้ว เราเลยคิดไปหาอะไรทำมันๆ กันบ้างดีกว่า วันนี้เลยซื้อทริปเล่นเรือเจ็ต (Jet Boat) เจ็ตโบ๊ตคือเรือสายซิ่งและดริฟต์ลัดเลาะไปตามเกาะแก่ง สร้างความสนุกและหวาดเสียวให้กับผู้โดยสารแบบสุดๆ แถมสองข้างทางก็สวยมากๆ นับเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก แนะนำให้ลองมาเล่นกันครับ เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงเลยครับ พนักงานที่นี่ถูกเทรนมาอย่างดีและประสบการณ์เพียบ เรียกว่ามันครบรสเลยทีเดียว

จากควีนส์ทาวน์ แพลนของเราคือจะลงไปใต้สุดของเกาะใต้นิวซีแลนด์ที่ชื่อว่าเกาะสจวร์ต (Stewart Island) แต่เรือที่จะข้ามไปยังเกาะนั้นมีออกแค่สองช่วงเวลาคือเช้ากับเย็น เราตั้งใจจะไปให้ทันเรือรอบแรก แต่การเดินทางแบบโรดทริปนั้นมันจะไม่มีอุปสรรคเลยก็คงจะขาดสีสันไปหน่อย ด้วยความเบลอ เราเติมน้ำมันผิดจึงทำให้ต้องรีบหารถเช่าใหม่โดยด่วน โชคดีที่ควีนส์ทาวน์มีสนามบิน เลยมีบริการเช่ารถให้เลือกใช้ แต่กว่าจะจัดการเรื่องทั้งหมดได้ก็สายเกินที่จะนั่งเรือรอบแรกแล้ว ผมเลยอาศัยโอกาสนี้ขับรถเที่ยวชิลๆ ชมบรรยากาศสองข้างทาง และขึ้นเรือข้ามไปเกาะในช่วงเย็นแทน สภาพคลื่นลมแรงมาก คลื่นสูงหลายเมตรทีเดียว แต่ก็มาถึงได้อย่างปลอดภัย

เกาะสจวร์ตเป็นเกาะที่อยู่ใต้สุดของประเทศนิวซีแลนด์ ใต้ชนิดที่ว่าเขยิบไปอีกนิดหนึ่งก็ขั้วโลกใต้แล้ว เกาะนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่และเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของนิวซีแลนด์ บางวันอาจจะมีนกกีวีตัวเป็นๆ ให้เห็นกันเลย แต่กลับมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่เพียงแค่พื้นที่เล็กๆ ของเกาะ เนื่องจากเกาะนี้ห่างไกลและเดินทางลำบาก และไม่อยากให้หายไปจากแผนที่ของประเทศ ทางรัฐบาลจึงสนับสนุนผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะอย่างเต็มที่ ทั้งสาธารณูปโภค สถานพยาบาล และการศึกษา เด็กๆ บนเกาะจะเรียนผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แถมสอบได้คะแนนอันดับต้นๆ ของประเทศเสียด้วย ไฮไลต์ของที่นี่คือเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีให้เลือกเส้นทางมากมาย ตั้งแต่ 30 นาที ถึง 15 วันเลยทีเดียว และด้วยความที่อยู่ใต้สุด ถ้าโอกาสดี ท้องฟ้าเป็นใจ เราจะได้เห็นแสงเหนือแบบตาเปล่ากันเลยทีเดียว บนเกาะแห่งนี้มีแค่อย่างละหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงเรียน บาร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สถานีตำรวจ สถานีดับเพลิง พิพิธภัณฑ์ เรียกว่าเราจะได้ใกล้ชิดกับคนบนเกาะมากๆ เลยล่ะครับ

หลังจากสำรวจเกาะที่เกือบจะสูญหายไปจากประเทศกันแล้ว ผมก็ออกเดินทางต่อ สถานที่ต่อไปคือสิ่งที่ผู้คนที่จะมาเกาะใต้พลาดไม่ได้เป็นอันขาดกับความสวยงามของมิลฟอร์ดซาวนด์ (Milford Sound) ระยะทางค่อนข้างไกลจึงต้องแวะพักที่เทอานัว (Te Anau) หนึ่งคืน แถมยังต้องลุ้นกันต่ออีกว่าถนนเส้นที่ไปยังมิลฟอร์ดซาวนด์ซึ่งถูกหิมะปกคลุมอยู่จะเปิดทางให้เราได้เข้าไปชมความงดงามหรือเปล่า เช้าวันรุ่งขึ้นเรานั่งลุ้นฟังข่าวกันหน้าจอทีวี แล้วก็เป็นข่าวดีที่เส้นทางเปิด เราจึงเก็บของแล้วมุ่งตรงสู่มิลฟอร์ดซาวนด์ ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางนั้นสวยมากๆ ถ้าแวะจอดทุกที่คงไปไม่ถึงแน่ๆ จุดที่แนะนำให้อย่างไรก็ต้องแวะคือทะเลสาบมิร์เรอร์ (Mirror Lake) ทะเลสาบที่สะท้อนเงาของภูเขาได้ออกมาแบบเป๊ะๆ ยิ่งกว่างานก๊อบ AAA+ เราจองตั๋วเรือล่องชมวิวของมิลฟอร์ดซาวนด์ในช่วงบ่ายจึงมีเวลาแวะ แต่ถ้าใครจองช่วงเช้าจะแวะขากลับก็ได้ครับ ลอดอุโมงค์โฮเมอร์ (Homer) เข้ามาอีกนิดก็จะถึงท่าเรือของมิลฟอร์ดซาวนด์ บริเวณทางเดินเข้าไปยังท่าเรือเราจะได้เห็นยอดเขาไมเทอร์ (Mitre Peak) สัญลักษณ์ของที่นี่

ตลอดเวลาสองชั่วโมงบนเรือ เราจะได้เห็นวิวที่สวยงามและน้ำตกสายเล็กๆ ที่เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาไหลลงสู่ทะเล และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีทั้งปลาโลมา สิงโตทะเล ให้เห็นอย่างใกล้ชิด เรือล่องมาถึงทะเลทัสมาน (Tasman) และหันหัวกลับ พอถึงน้ำตกสเตอร์ลิง (Stirling Falls) กัปตันจะบังคับเรือให้เข้าไปใกล้มากๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับน้ำตกอย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากการล่องเรือชมวิวมิลฟอร์ดซาวนด์แล้ว ยังสามารถขึ้นเฮลิคอปเตอร์มองวิวจากมุมสูงได้อีกด้วย

การเดินทางขับรถท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์เกาะใต้นั้นมีเส้นทางการเดินทางอีกเยอะมาก ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มี เราสามารถเดินทางได้รอบเกาะด้วยการขับรถท่องเที่ยว ซึ่งเสน่ห์ของการขับรถท่องเที่ยวแบบโรดทริปก็คือเราสามารถใช้เวลาได้เต็มที่ตลอดเส้นทาง อุปสรรค การแก้ปัญหา และความยืดหยุ่นที่สามารถจัดการเองได้ เหมือนอย่างที่เขาว่ากัน “ความสุขของการเดินทางอยู่ที่ระหว่างทางมากกว่าจุดหมายปลายทาง”


Contributor: Thanabut Gier