New Chapter of SUV

Men's Fitness EditorPlay

กระแสการผลิตรถ Luxury SUV ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากในช่วง 2-3 ปี หลัง Bentley เป็นแบรนด์แรกที่ออกตัวแรงแซงคู่แข่งแบรนด์อื่นอย่าง Aston Martin, Rolls-Royce และ Lamborghini

The Fastest and Most Luxurious SUV รถเอสยูวีที่แรงและหรูที่สุดถูกยึดมาได้จากการถือกำเนิด Bentley Bentayga (เบนท์ลีย์ เบนเทย์กา) ที่ยิ่งทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ดุเด็ดเผ็ดมันขึ้นอีกเป็นกอง เพราะการเปิดตัวครั้งนี้ยึดพื้นที่สื่อทั่วโลกและสร้างชื่อให้กับ Bentley อย่างท่วมท้น

Bentayga ถูกออกแบบและผลิตด้วยมือที่โรงงานในเมืองครูว์ (Crewe) ประเทศอังกฤษ มาพร้อมกับเอกลักษณ์อันเป็นดีเอ็นเอของ Bentley ที่บ่งบอกด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมสี่ดวง พร้อมกระจังหน้าลายรังผึ้งและเส้นสายข้างตัวรถที่แสดงถึงพละกำลังคล้ายมัดกล้าม สอดคล้องกับเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตรเทอร์โบคู่ซึ่งเป็นหัวใจของพี่เบิ้มไฮโซ ถ่ายทอดพละกำลังและแรงบิดมหาศาลด้วยกำลัง 608 แรงม้า (600 bhp / 447 กิโลวัตต์) และแรงบิด 900 นิวตันเมตร (663 ฟุตปอนด์) ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 4.1 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ เวลานี้ Bentayga เป็นรถยนต์เอสยูวีที่มีพละกำลังมากที่สุดและเร็วที่สุดในโลก(ซึ่งแน่นอนว่าหลายแบรนด์ที่กล่าวมาข้างต้นกำลังบ่มเพาะยานยนต์เพื่อออกมาสยบ Bentayga อยู่)

ในด้านการขับขี่ Bentayga ทันสมัยเกินกว่าที่คุณจะใช้งานได้ครบทุกส่วน (ถ้าให้ผมสาธยายทุกฟังก์ชั่นคงต้องขอหน้ากระดาษเพิ่มจาก .. อีกสักสองหน้า) Bentayga สามารถปรับแต่งการขับขี่แบบออฟโรด (Responsive Off-Road Setting) ได้ถึง 8 ระดับ เพียงหมุนปุ่มเลือกการขับขี่ในทุกสภาพถนนผ่านหน้าจอแสดงผล เพื่อให้ทราบถึงระดับความเรียบของพื้นการหมุนของล้อองศาของพวงมาลัย ความสูงและทิศทางในการขับ รวมไปถึงระบบตั้งความเร็วและปรับระดับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control หรือ ACC) ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในสภาพรถติด (Stop & Go) ระบบคาดการณ์เพื่อการปรับความเร็วล่วงหน้า (Predictive ACC) ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความสามารถพี่เบิ้มเลยนะครับ

ต่อกันด้วยความไฮเทคภายในห้องโดยสารติดตั้งระบบ Infotainment แบบจอสัมผัสขนาด 8” พร้อมด้วยระบบ GPS หน่วยความจำสูงถึง 60GB สามารถเลือกภาษาได้มากกว่า 30 ภาษา ผู้โดยสารด้านหลังสามารถควบคุมระบบทุกสิ่งอย่างผ่าน Bentley Entertainment Tablet ขนาด 10.2” พร้อมระบบเครื่องเสียงพิเศษจาก Naim (Naim for Bentley Premium Audio) ที่มีพละกำลังสูงสุดเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ด้วยกำลังขับขนาด 1,950 วัตต์ เชื่อมต่อกับลำโพง 18 ตัว และลำโพงเสียงแหลมพิเศษ Super-Tweeters สำหรับสร้างสรรค์รายละเอียดของเสียงในช่วงคลื่นความถี่สูงที่สุด อย่าเพิ่งเหนื่อยที่จะอ่านต่อครับเพราะความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเบาะนั่งคู่ด้านหน้าสุดหรูถูกประดิษฐ์ด้วยมือในเมืองครูว์สามารถปรับได้ 22 ทิศทาง มีระบบนวด 6 โปรแกรม ระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศทั้ง 4 ที่นั่ง เบาะลายเพชรบริเวณไหล่และบั้นเอวสะท้อนรูปแบบของการตัดเย็บเสื้อหนังล่าสัตว์ของชาวอังกฤษ (ผู้เชี่ยวชาญของเบนท์ลีย์ได้เลือกหนังวัวคุณภาพเยี่ยมจากทวีปยุโรปในเขตอากาศหนาวเย็น ผ่านการตากแดดตามธรรมชาติและไม่มีการพิมพ์ลาย) สามารถเลือกได้ 15 สี สนนราคาแรงพอๆ กับเครื่องยนต์อยู่ที่ 24,500,000 บาท

สิ่งที่พิสูจน์กับผมว่า Bentayga ไม่ได้เกิดมาเพื่อขับฉุยฉายเต๊ะจุ๊ยแถวทองหล่อเท่านั้น คือการที่กระบวนการพัฒนารถรุ่นนี้เป็นโปรแกรมยากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Bentley ครอบคลุมการทดสอบใน 5 ทวีป ตั้งแต่ฝุ่นกรวดในแอฟริกาใต้ไปยังภูเขาทะเลทรายในดูไบ ต่อไปยังทุ่งโคลนในชีไชร์ (Cheshire) ผ่านสภาพอากาศ -30°C ในขั้วโลกเหนือ เรื่อยไปจนถึงทะเลทรายที่ร้อนจัดกว่า 50°C เรียกได้ว่าสมบุกสมบันเหมาะกับความเป็นเอสยูวีเกรดพรีเมียมจริงๆ