BIGGER AND MUCH BETTER: MINI COUNTRY MAN

Men's Fitness EditorPlay

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี ค..1969 จวบจนปัจจุบัน MINI ได้สร้างสรรค์รถรุ่นใหม่ๆ ที่มีเอกลักษณ์เป็นที่น่าค้นหาและแตกต่างสู่โลกยานยนต์ไม่ว่าจะเป็น MINI Hatch, MINI Convertible, MINI Clubman, MINI Coupé, MINI Paceman รวมถึง MINI ที่มีขนาดตัวถัใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

รุ่นที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้นั่นคือ The All-New MINI Countryman 2017 รหัสตัวถัง F60 The All-New MINI Countryman คันนี้เป็นเจเนอเรชั่นที่สองซึ่งยังคงรักษาลายเซ็นอันสุดแสนคลาสสิกของ MINI ที่ทำให้คนทั้งโลกได้รู้จักยานยนต์ตระกูลนี้ควบคู่กับรูปลักษณ์ที่แข็งแกร่งตามแบบฉบับของ MINI Countryman เริ่มจากหลังคา Helmet Roof ที่ใช้กันเรื่อยมาตั้งแต่ Mini Classic ในขณะที่บริเวณ Shoulder Line มีแถบโครเมียมให้ความรู้สึกสปอร์ต เสริมด้วยเส้นขอบโลหะบริเวณชายประตูที่สร้างความโดดเด่นตัดสลับกับสีดำขลับของซุ้มล้อ บวกกับเหลี่ยมมุมรอบตัวรถที่ช่วยเพิ่มความเฉียบคม ทำให้เจ้ายักษ์โฉมใหม่คันนี้โฉบเฉี่ยวและหนักแน่น ทว่ายังคงซ่อนความหรูหราตามแบบรถอังกฤษไว้ได้ในคราวเดียวกัน

The All-New MINI Countryman มาพร้อมกับแนวคิดที่ต้องการผสมผสานดีไซน์แปลกใหม่ (ที่ทำให้ผมเองยังอยากได้มาครอบครองสักคัน) เช่น Daytime Running Light แบบวงแหวนที่ทำให้หน้าตาดูอ่อนเยาว์ขึ้น มอบแสงสว่างนวลตาและทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ประกอบกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8.8 นิ้ว ซึ่งแสดงผลข้อมูลต่างๆ เริ่มตั้งแต่ Navigation, Vehicle Information, My MINI, MINI Connected ทั้งยังมี LED Welcome Light สุดเท่ฉายโลโก้มินิลงพื้นทุกครั้งที่ล็อคและปลดล็อคประตู ตัวเบาะ Picnic Bench ที่อยู่บริเวณช่องเก็บสัมภาระท้ายรถสามารถกางออกเป็นที่นั่งปิกนิกสำหรับสองคน และจุดเด่นที่ขาดไม่ได้คือ Automatic Operation of Tailgate หรือการควบคุมการเปิดและปิดฝากระโปรงหลังแบบอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าเพียงจ่อเท้าบริเวณใต้กันชนรถด้านหลัง มอบความสะดวกสบายยามที่มือทั้งสองข้างของคุณเต็มไปด้วยข้าวของพะรุงพะรัง

ในส่วนของการขับขี่ MINI Countryman ยังคงให้ความรู้สึกสไตล์ “Go-Kart Feeling” ตามแบบฉบับของ MINI Cooper แต่ในเจเนอเรชั่นนี้ได้ปรับช่วงล่างให้ขับสบายมากยิ่งขึ้น ยามขับบนพื้นผิวที่เรียบก็เกาะถนนหนึบ ส่วนเส้นทางขรุขระก็ไม่กระด้างจนเกินไป อัตราเร่งตอบสนองได้ดี (และยิ่งสนุกมากขึ้นเมื่อปรับเป็นโหมด Sport) พวงมาลัยแม่นยำให้ความรู้สึกสนุกและมั่นใจ ด้วยขนาดที่ใหญ่และกว้างขึ้นกว่าเดิม 3 เซนติเมตร ความยาวที่เพิ่มขึ้นถึง 20 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 7.5 เซนติเมตร ส่งผลให้ MINI Countryman เป็นรถยนต์ 5 ที่นั่งเต็มตัวแถมท้ายด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระซึ่งมีความจุเพิ่มขึ้นมากถึง 450 ลิตร เมื่อพับเบาะที่นั่งหลังสามารถขยายพื้นที่เก็บของเพิ่มเป็น 1,309 ลิตร ซึ่งกว้างพอให้คุณบรรทุกจักรยานพับได้สักคันไว้ท้ายรถในยามที่ต้องออกไปปั่นตะลุยบนท้องถนนกับผองเพื่อน

MINI Countryman มีให้เราเลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ MINI Cooper Countryman เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 136 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พวงมาลัยหนังแท้แบบมัลติฟังก์ชั่นซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่มากับตัวรถ ส่วนอีกสองรุ่นคือ MINI Cooper S Countryman และ MINI Cooper S Hightrim Countryman ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากับตัวแรก ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว