5 วิธีเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันหวัด

Men's Fitness EditorHealth

หน้าฝนกับโรคหวัดดูจะเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะช่วงนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจเทกระหน่ำทุกวันอย่างนี้ นอกจากจะเดินทางกันลำบากแล้วยังป่วยเป็นหวัดได้ง่ายเสียด้วย ทางที่ดีต้องหาวิธีป้องกันด้วย 5 วิธีเสริมภูมิคุ้มกันง่ายๆ แต่รับรองว่าเห็นผลอย่างแน่นนอน


ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

คะแนน: llllllllll 10/10                                                              

แพทย์ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การฉีดวัคซีนเป็นหนทางเดียวที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันตัวเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่ก็ยังมีความสับสนกันอยู่มากในเรื่องของวัคซีนตัวนี้นพ.ทอม แทลบอต ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กล่าว คุณจะเห็นได้ว่าเชื้อไวรัสที่เป็นตัวการของไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงไปทุกปี ดังนั้นนักวิจัยจึงต้องรวมตัวกันและเร่งรีบพัฒนาวัคซีนใหม่ๆ ออกมา ผลที่ได้จึงอาจจะไม่เวิร์กเสมอไป อย่างไรก็ดีโดยเฉลี่ยการฉีดวัคซีนก็ยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 70%

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่าการออกกำลังกายภายหลังจากที่ได้รับวัคซีนจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียน จึงทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ออกกำลังกายเป็นประจำ

คะแนน: llllllll l l 7/10

การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ซึ่งเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส อย่างไรก็ดีการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวิธีนี้กลับไม่ได้คะแนนเต็มสิบ เพราะงานวิจัยล่าสุดพบว่าการออกกำลังกายมากเกินไปทันทีหลังจากที่เพิ่งหายป่วยเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้อาการของไข้หวัดกลับมากำเริบอีกครั้ง ดร.ซูซานนา คันนิงแฮมรันเดิลส์ อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิคุ้มกันวิทยา วิทยาลัยแพทย์ไวล์คอร์เนลล์ กล่าวเตือนว่า การหักโหมออกกำลังกายหนักเกินไปอาจนำไปสู่การยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: ดร.คันนิงแฮมรันเดิลส์แนะนำว่าไม่ควรเวิร์กเอาต์จนกว่าจะไม่มีไข้มาเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงควรรอให้หายสนิทก่อน

กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ  

คะแนน: llllllllll 8/10

วิธีที่ดีที่สุดที่เราจะได้รับวิตามินและสารอาหารก็คือผ่านทางอาหารจริงๆตามคำกล่าวของซาสเกีย ไคลเนิร์ต นักโภชนาการในซานฟรานซิสโก เธอแนะนำให้ทานผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีอย่างส้มและสตรอว์เบอร์รี และกินผักใบเขียวซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินทั้งสองชนิดนี้จะช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสในร่างกาย นอกจากนั้นควรจะทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์อย่างโยเกิร์ตด้วยเพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: ไคลเนิร์ตแนะนำให้ดื่มสมูทตี้ผักผลไม้เป็นประจำทุกวัน สูตรที่เธอแนะนำประกอบด้วย ผักเคล 2 ถ้วย สตรอว์เบอร์รี ½ ถ้วย น้ำส้ม ½ ถ้วย โยเกิร์ต ½ ถ้วย น้ำผึ้งออร์แกนิก 1 ช้อนโต๊ะ

นอนหลับให้เพียงพอ 

คะแนน: llllllllll 9/10  

การนอนมีความสำคัญอย่างมากต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดร.คันนิงแฮมรันเดิลส์กล่าว งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Sleep ระบุว่าคนที่ได้นอนเพียงคืนละ 5-6 ชั่วโมง มีโอกาสที่จะติดหวัดมากกว่าถึงสี่เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ได้นอนมากกว่านั้น

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: งานวิจัยชิ้นเดียวกันยังพบด้วยว่าแค่นอนเพิ่มขึ้นจากปกติเพียงคืนละหนึ่งชั่วโมงก็ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้แล้ว

ลดระดับความเครียด

คะแนน: llllllllll 8/10

เรารู้ว่าฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอลมีอิทธิพลในเชิงลบมากๆ ต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนพ.แทลบอตกล่าว อันที่จริงงานวิจัยชิ้นสำคัญยังชี้ให้เห็นว่าเรามีโอกาสที่จะป่วยมากกว่าคนอื่นๆ ถึงสองเท่าถ้าหากเรามีภาวะเครียดเรื้อรัง

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: การผ่อนคลายความเครียดนั้นเป็นเรื่องที่พูดง่ายกว่าที่จะทำให้สำเร็จจริงๆ อย่างไรก็ดีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโลมาลินดาแสดงให้เห็นว่า แม้แต่อะไรที่ทำได้ง่ายๆ อย่างการหัวเราะให้บ่อยขึ้นก็สามารถลดฮอร์โมนความเครียดลงได้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มโกรทฮอร์โมน (หรือ HGH) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการติดเชื้อรวมทั้งเพิ่มเบต้าเอนดอร์ฟินในร่างกายด้วย